ข่าวฟุตบอล

สุดยอดเกมฟุตบอลสุดมันส์โลกไม่ลืม แนะให้ไปย้อนดูระหว่างกักตัวเพราะโคโรน่า

0

ในช่วงเวลาสุดย่ำแย่แบบนี้ โลกเปลี่ยนไป ผู้คนเปลี่ยนไป โคโรน่า หรือไอ้เจ้าไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ทำให้ผู้คนทั่วไปไม่อาจออกจากบ้านไปทำงาน ไม่กล้าออกไปทำงาน หรือจำต้องกักตัวเองไว้ในห้องสี่เหลี่ยม ที่แค่คิดเฉยๆก็เบื่อแล้ว แต่มันดันเกิดขึ้นจริงในโลกของเราปัจจุบัน โดยเฉพาะในไทยที่ยังไม่มีทีท่าว่าการระบาดของโรคนี้จะลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามคงจะไม่เป็นไรถ้าหากเรามีอะไรให้ดูฆ่าเวลา ระหว่างช่วงว่างจากการทำงานหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ แน่นอนว่าเพื่อนๆที่กำลังอ่านอยู่ชื่นชอบการดูบอลสด การดูบอลออนไลน์อยู่แล้ว นี่เป็นแค่คำแนะนำจากเราเท่านั้น เพื่อนๆอาจจะไปย้อนหาตามเว็บต่างๆอย่างไรก็ตามแล้วแต่ นั่นแหละไปดูกันเลยว่าสุดยอดเกมลูกหนังในประวัติศาสตร์ที่ว่ามีอะไรบ้าง

1.รอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ปี 2003 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs. เรอัล มาดริด

กาแลคติกอสคือหนึ่งในโปรเจกต์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลกฟุตบอล แต่ก็เช่นเดียวกัน มันคือความล้มเหลวอย่างหนักเมื่อถึงช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ถ้าจะให้นึกถึงสักเกมหนึ่งที่ถือเป็นประวัติศาสตร์ เต็มไปด้วยยอดแข้งดัง การประทะกันของราชันชุดขาว และ ปีศาจแดงคงเป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย นี่คือการต่อสู้อันดุเดือดของ 2 ยอดทีม ณ ขณะนั้น ราชันชุดขาวเต็มไปด้วยยอดแข้งทั้ง ซีดาน,ฟิโก้,โรแบร์โต้ คาร์ลอส และโรนัลโด้ แค่ชื่อก็เสียงสันหลังแล้ว แต่พอหันมาดูฝั่งแมนยูก็มีทั้ง รอย คีน,เบ็คแฮม และ ฟานนิสเตลรอย แถมยังมี ปิแอร์ลุยจิ คอลลิน่า กรรมการในตำนานตัดสินเกมนี้อีกด้วย แต่ขอสเปอยเล็กๆแล้วกันว่าคืนนั้น โรนัลโด้ ไอ้เจ้าโล้นทองคำเนี่ย ได้เปลี่ยนตัวเองจากราชันชุดขาวเป็นฆาตรกรชุดดำทำเอาโอลแทรฟฟอร์ดตะลึง

2.รอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2006 : บราซิล vs ฝรั่งเศส

คลาสของซีดาน ทุกคนยอมรับ ตำนานทีมชาติฝรั่งเศสผู้มีลวดลายการเล่นเป็นเอกลักษณ์ทั้งมีประสิทธิภาพและสวยงามอย่างซีดานไม่มีใครกล้าเถียง ทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของชายผู้นี้ในวัย 34 ปี เขายังแสดงให้เห็นอยู่เสมอว่าเขาคือคนสำคัญของทีม แต่เกมนี้นั้นน่าจะสำคัญกว่าเกมไหนๆก่อนหน้านั้น เมื่อฝรั่งเศสต้องโคจรมาพบกับทีมชาติบราซิล แชมป์โลกคราวก่อนที่ยังคงมีทั้ง โรนัลโด้ และ โรนัลดินโญ่ รวมถึง กาก้า ที่กำลังมาแรง เกมนี้คือเกมหนึ่งที่เราพูดได้เลยว่า ซีดานนั้นมีคลาสที่เหนือกว่าใครๆ แม้ไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดก็ตาม แต่เขาในพิสูจน์ให้โลกได้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่าเขาก็คือสุดยอดนักเตะอีกคนหนึ่งของโลกใบนี้

3.รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ปี 2017 : บาร์เซโลน่า vs ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

MSN รหัสเพชฌฆาตแห่งโลกลูกหนัง ใครๆก็รู้จัก เมสซี่,ซัวเรซ และเนย์มาร์ 3 ตัวรุกต่างสัญชาติจากแดนอเมริกาใต้ และเกมๆนี้มีพวกเขาอยู่แบบเต็มๆ ต้องย้อนไปในเกมแรกที่  ปาร์ค เดอ แปรงซ์ เกมจบลง 4-0 ปารีส เอาชนะบาร์ซ่าไปได้แบบที่ว่าไม่มีใครคาดคิด และนักเตะบางคนของบาร์เซโลน่านั้นถอดใจและให้จบมันลงเท่านั้น เกมหน้าที่คัมป์นูเป็นแค่อีกเกมหนึ่งที่แค่ชนะแต่คงจะไม่ได้หวังให้ตัวเองนั้นเข้ารอบต่อไปได้ ทุกอย่างมันเต็มไปด้วยความกดดัน มันดูไม่มีทางไป และดูใกล้ถึงจุดจบของบาร์ซ่าชุดนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าเกมนัดที่ 2 มันเปลี่ยนไปโดยสินเชิง จากการจุดประกายของเหล่า MSN ที่สร้างสิ่งเหนือจินตนาการให้กลายเป็นความจริง ด้วยคุณภาพของพวกเขา

4.รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2014 : บราซิล vs เยอรมัน

                เกมนี้ถ้าใครใจไม่แข็งอย่าดู เป็นการข่มขืนแล้วยืนขำแบบที่ไม่มีใครคาดคิดเอาไว้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริง บราซิลเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2014 เดินเข้าไปในฐานะเต็ง 1 ของรายการนี้ เต็มไปด้วยซุปเปอร์สตาร์นำโดยเนย์มาร์ สุดยอดตัวรุกของบราซิลที่ถูกจับตามองว่านี่คือเบอร์ 1 ของโลกคนต่อไป หลังหมดยุคของโรนัลโด้ และ เมสซี่ บราซิลชุดนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แค่รอบแบ่งกลุ่ม 3 นัดก็ซัดไป 7 แล้ว แฟนๆทัพแซมบ้าคิดไว้แน่แท้ว่าไม่มีใครหยุดพวกเขาได้แน่นอน แต่หลังจากนั้นเส้นทางของพวกเขาขรุขระเหลือเกินจะทน  เจอชาติในทวีปเดียวกันอย่าง ชิลี และ โคลอมเบีย ที่ก็ถือว่าเป็นทีมที่น่าจับตามอง เป็น 2 เกมที่ยากลำบากแต่เอาตัวรอดมาได้ จนกระทั่งมาเจอทีมชาติเยอรมัน ทีมชุดนั้นของ โยอาคิม เลิฟ เต็มไปด้วยสดปนเก๋า ทุกอย่างมันกลมกล่อมกำลังพอดี พวกเขาคือหนึ่งในตัวเต็ง ใช่ แค่ “หนึ่งใน” ตัวเต็งเท่านั้น อาจเป็นโชคดีของเยอรมันวันนั้นที่บราซิลขาด เนย์มาร์ พร้อมกับ ติอาโก้ ซิลวา กองหลังเบอร์ 1 ของโลกตอนนั้น ในเวลาเดียวกันทำให้ทุกอย่างมันออกมาเละเทะ ซึ่งใครได้ดูสดคงตกใจเป็นแน่แท้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าใครดูไม่ทันก็ไปเปิดย้อนหลังดูกันได้ เพราะนี่คือหนึ่งในเกมที่ผู้คนจดจำมากที่สุดในโลกลูกหนังแน่นอน

5.นัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ปี 2005 : เอซี มิลาน vs ลิเวอร์พูล

สุดท้ายแต่ไม่ได้ด้อยไปกว่าเกมไหนๆ แน่นอนว่าเราเก็บสิ่งที่ดีที่สุดไว้สุดท้ายเสมอ นัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในตำนานที่แฟนๆฟุตบอลต่างพูดถึงตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ เอาจริงๆตอนนี้ผ่านมา 14 ปี แล้ว มันยังคงตราตรึงในใจแฟนฟุตบอลทั่วโลก ไม่ใช่แค่แฟนๆหงส์แดง ลิเวอร์พูลหรอกเชื่อผมสิ แน่นอนว่าเรารู้ผลมันอยู่แล้ว แต่ว่าความขลังยังมีอยู่แน่นอน สุดยอดเกมฟุตบอลเกมนี้สู้กันนานกว่า 120 นาทีจนถึงดวลจุดโทษ ปีศาจแดงดำเข้าไปในสังเวียนอิสตันบูลในฐานะตัวเต็ง หักด่านทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,อินเตอร์ มิลานคู่ปรับร่วมเมือง และ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น พร้อมแข้งระดับโลกเต็มทีมมากมาย นึกภาพง่ายๆ ทีมของคุณมีทั้งกาก้า,กัตตูโซ่,ปีร์โล่ และ เซดอร์ฟ ข้างหน้ามีจอมถล่มประตูอย่าง เชฟเชนโก้ที่พึ่งได้บัลลงดอร์ มาหมาดๆ แถมข้างหลังยังมีเนสต้า และ มัลดินี่ ตำนานแห่งโลกลูกหนัง พร้อมด้วย คาร์โล อันเชล็อตติ สุดยอดโค้ชคนหนึ่งของโลกชั่วโมงนั้นที่พร้อมพาปีศาจแดงดำกลับมาเป็นแชมป์อีกครั้งหลังได้มาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อนหน้า ดูไปที่ทีมก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้แล้ว กลับกันฝั่งลิเวอร์พูล ที่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มอย่างกระเสือกกระสน จบเป็นที่ 2 ของกลุ่ม แต่ก็อุส่าห์ผ่านเข้ารอบมาได้ ก่อนจะเจอแต่หนักๆทั้ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น,ยูเวนตุส และเพื่อนร่วมลีกอย่างเชลซีแต่ก็อุส่าห์ผ่านเข้าไปถึงนัดชิงชนะเลิศจนได้ หงส์แดงชุดนั้นต้องบอกว่า สู้เท่านั้นแหละ ถึงจะรอด เพราะทีมไม่ใช่ซุปเปอร์ทีมแบบมิลานเขา คุณย้อนไปดูอาจเห็นชื่อของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีม แต่ต้องบอกว่าตอนนั้นเขาอายุเพียง 25 ปีเท่านั้นพร้อมกับแบกความกดดันเอาไว้เต็มรถบรรทุก ตามด้วยชื่อของ ชาบี อลอนโซ่ กองกลางจอมจ่ายชาวสเปน แต่ถ้าย้อนไป คุณชายอลอนโซ่ปีนั้นเป็นแค่ปีแรกที่ย้ายเข้ามาด้วยซ้ำ ด้วยอายุ 24 ปี เป็นนักเตะดาวรุ่งที่เด่นกับเรอัล โซเซียดาด ใครจะไปหวังกับชายคนนี้ หลายอย่างมันชี้ไปว่ามิลานคือทีมที่ดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามเพื่อนๆ ต้องไปย้อนชมกันว่าไอ้ 3 ประตูแรกที่มิลานทำได้นั้นเกิดจากอะไร และจุดเปลี่ยนของทัพหงส์แดงที่กลับมาจากการตาม 3 ประตูนั้นเกิดจากจุดไหน เชิญเพื่อนๆไปสดับรับชมกันได้เลย

สำหรับวันนี้ก็เอาประมาณนี้ไปก่อนนะครับ เพราะถ้านับจริงๆฟุตบอล 90 นาทีก็เกือบๆ 2 ชั่วโมงน่าจะช่วยให้เพื่อนๆหายเหงาได้ไม่มากก็น้อยแหละ เอาจริงๆมีในหัวอีกเยอะเกมที่มันสนุกๆอะนะ หวังว่าทุกคนจะมีความสุขกับการย้อนดูบอลคู่เก่าๆในช่วงสุดสัปดาห์นี้นะครับ ถ้าชอบฝากแชร์กันไปเยอะๆเพื่อให้คนเขียนจะได้มีกำลังใจเขียนต่อไปนะ ไว้พบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีครับ

You may also like